HP 15s โน้ตบุ๊ค Core i Gen 10 + RAM 4/8GB + SSD 256/512GB + Windows ราคาเริ่มแค่ 14,490 บาท

HP พร้อมขายก่อนใคร ด้วยการนำเสนอโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Inel Core i Gen 10 อย่าง HP 15s โน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ดีไซน์บางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความฟรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s ปี 2019 รุ่นนี้มีความโดดเด่นสุดๆ เพราะเป็นรุ่นแรกของ HP ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 (Ice Lake) ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กลงและดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีให้เลือกทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM 4GB / 8GB และ SSD ความจุ 256GB + Optane 16GB / SSD 512GB อีกด้วย สนนราคาเพียง 14,490 / 17,990 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

Specification

ในชื่อรุ่นเต็มๆ ของ HP 15s จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ รุ่นที่ได้รับมารีวิวเป็น HP 15s-fq1012tu มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับกลางอย่าง Intel Core i5-1035G1 (Ice Lake) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.0 – 3.6GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Wattโดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics G1 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนใส่ฮาร์ดดิสก์ให้มาแบบ SSD M.2 NVMe ที่ 512GB พร้อม Ram ขนาด 8GB DDR4 ราคา 17,990 บาท

และอีกรุ่นคือ HP 15s-fq1001tu มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลรุ่นเล็กอย่าง Intel Core i3-1005G1 (Ice Lake) ทำงานแบบ 2 Core / 4 Thread ความเร็ว 1.2 – 3.4GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Watt โดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics G1 ส่วนใส่ฮาร์ดดิสก์ให้มาแบบ SSD M.2 NVMe ที่ 256GB + Optane 16GB พร้อม Ram ขนาด 4GB DDR4 ในราคาที่ถูกกว่าที่ 14,490 บาท

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล TN คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม, LAN และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac (2×2) กับ Bluetooth 4.2 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนไว้ใจได้

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบของ HP 15s รุ่นปี 2019 วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด (มองไปคล้ายโลหะมากๆ) เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน สีสันเป็นสีเงิน Natural Silver ตลอดทั้งตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกทั้งหมดแต่งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆมีโลโก้ HP สีเงินมันวาวดูหรูหรา พื้นผิ้วติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอดร์ด

ส่วนด้านในตัวเครื่องบริเวณที่พักข้อมือก็จะเป็นสีเงินเช่นเดียวกัน แค่มีการเล่นลวดลายคล้ายโลหะแบบปัดเสี้ยน รวมถึงแป้นคีย์บอร์ดก็เป็นสีเงิน ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่บางเบาพกพาง่ายกว่าเดิมมาก ด้วยน้ำหนักเพียง 1.69 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องที่ 17.9 มิลลิเมตร ตามสไตล์โน้ตบุ๊คสมัยนี้ที่เน้นบางเบาและขอบจอต้องบางด้วย เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คอีกรุ่นที่ราคาไม่แพง เน้นใช้งานทั่วไป ประสิทธิภาพดีลื่นไหลใช้งานได้ยาวๆ

HP 15s ต้องบอกว่งานดีจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเพื่อใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสารหรือเล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ รวมไปถึงงานหนักๆ หรือเล่นเกมก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญดีไซน์การออกแบบยังก้าวล้ำด้วยความบางเบากว่าคู่แข่งในสเปกและราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีการตัดไดร์ฟออฟติคอล DVD ที่คนที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกไปด้วย ตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คยุคใหม่ๆ ซึ่งใครจำเป็นต้องใช้ไดร์ฟ DVD ต้องไปหา External DVD มาต่อเอาเองเป็นปกติ

ส่วนระบบระบายความร้อนก็ได้ติดตั้งอยู่ใต้หน้าจอ ทำให้หมดกังวลเรื่องปัญหาที่จะทำให้ร้อนมืออย่างรุ่นก่อนๆ โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมเพียงตัวเดียวก็เอาอยู่แบบสบายๆ ในการใช้งานจริงๆ แทบไม่มีความร้อนแผ่ขึ้นมาเลย รวมๆ HP 15s ถือว่าออกแบบมาได้เรียบง่ายแต่ดูดีเกินราคาไปมากจริงๆ

Keyboard / Touchpad

ชุดคีย์บอร์ดของ HP 15s นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีขาวเข้ากับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นเทา อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง โดยขนาดของคีย์บอร์ดเป็นไซต์แบบปกติของโน้ตบุ๊คจอ 15.6″ ซึ่งจะไม่มีแป้นในส่วนของ Numpad มาให้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายบนแยกออกมาต่างหาก ซึ่งข้อดีก็คือมั่นใจได้ว่าจะไม่ไปเผลอกดระหว่างการใช้งานแน่นอน

ทางด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กดไม่มียวบยาบ งานประกอบดี ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ใช้งานมัลติทัชได้ลื่นไหล อีกทั้งมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ติดตั้งไว้มุมขวาล่างของคีย์บอร์ดไว้ให้ใช้งานกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งอีกด้วย ส่วนการใช้งานก็ตอบสนองได้รวดเร็วไม่แพ้มือถือในปัจจุบันเลยล่ะ

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ HP 15s เป็นแบบจอกระจกขนาด 15.6″ บนความละเอียดในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊คในปี 2019 โดยใช้พาเนล TN ซึ่งให้สีสันที่ดีในระดับธรรมดาทั่วไป ซึ่งไม่ว่าจะนำมาเล่นเกม ดูหนังฟังเพลง หรือชมวีดีโอจาก YouTube ก็ได้สบายๆ ภาพที่เห็นก็คมชัดดี ให้ความเรียบเนียนกว่าความละเอียด HD เดิมๆ ตัวงานประกอบขอบหน้าจอก็ทำได้ดีเป็นพลาสติกสีดำด้าน และมียางรองหน้าจอถึง 6 จุด บน 2 ซ้ายขวา 2 และล่างอีก 2 ช่วยเรื่องลดแรงการกดทับได้อย่างดี

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP 15s ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 60% และ AdobeRGB ที่ 45% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงแล้ว อันนี้ไม่แนะนำ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าขอบจอด้านซ้ายแถวบนเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอตรงกลางด้านล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 14% เลยทีเดียว ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 2.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ทางด้านลำโพงจะเป็นแบบสเตอริโอซึ่งถูกติดตั้งอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ด คุณภาพถือว่าเพียงพอที่จะใช้งานในด้านของความบันเทิงทั่วๆ ไป เช่นดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน ซึ่งตัวลำโพงจะวางอยู่ด้านบนคีย์บอร์ด ทั้งในด้านคุณภาพของเสียงและระดับความดังของเสียงอยู่ในเกณฑ์กลางๆ คือไม่ดีเวอร์หรือแย่อะไร ซึ่งก็ถือว่าดีเลยเดียวหากเทียบกับราคา

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP 15s นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.1 Type-C อีก 1 พอร์ต, HDMI, LAN, SD Card Reader และช่องต่อหูฟังกับไมค์ขนาดแบบคอมโบขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร เพียงพอต่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในยุคปัจจุบัน

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 15.6″ นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ขนาด 35.85 x 24.2 x 1.79 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักราวๆ 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักเบามาก ซึ่งแน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คในยุคปัจจุบันทีเดียวเลย จากการที่เลือกตัดไดร์ฟออฟติคอล DVD ช่วยได้เยอะในเรื่องของความบางเบาที่ได้กลับมา

Performance / Software

HP 15s ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง ได้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับกลางอย่าง Intel Core i5-1035G1 สถาปัตยกรรม Ice Lakeใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.0 – 3.6GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Wattโดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics G1 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนชิปอย่าง Intel UHD G1 รุ่นใหม่ระดับเริ่มต้น (รุ่นบนกว่าจะเป็น G4 / G7) ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

ส่วนแรมก็ให้มาเป็นแบบ 8 GB DDR4 Bus 2666 MHz จำนวน 1 แถว ที่เพียงพอต่อการใช้งานทันที อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ และเป็นรุ่นเกรดสูงความเร็วสูง โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD แบบ M.2 NVMe ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าตกใจ บนขนาดความจุ 512GB โดยเป็นของแบรนด์ชั้นนำกับความเร็วระดับ Read: 3330 MB/s – Write: 1932 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือ SSD มาตรฐาน SATA 3 รวมไปถึง NVMe เกรดกลางๆ แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,417 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ ส่วนถ้าเอาไปใช้งานหนักๆ เช่นงานประมวลผล ตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ภาพความละเอียดสูง ได้เรียกได้ว่าคะแนนสูงพอๆ กับโน้ตบุ๊คสเปก Core i5 Gen 8 ที่ได้การ์ดจอแยกทีเดียว

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP 15s รวมไปถึงโน้ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ HP 15s เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คยุคใหม่ ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 7 – 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าอาจจะได้น้อยกว่านี้โดยปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome ส่วนช่องระบายความร้อนของ HP 15s มีเพียงช่องเล็กๆ พร้อมพัดลมตัวเดียว ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ จากการที่ใช้ Core i Gen 10 รุ่นใหม่ ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น พร้อมคุณสมบัติประหยัดพลังงานพิเศษและปลดปล่อยความร้อนน้อยลงกว่า Gen 8 แบบเดิมๆ

อุณหภูมิต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 89 องศาเซลเซียสเท่านั้น จากการใช้โปรแกรมรีดประสิทธิภาพ (ซึ่งถึงจุดนี้ชิปประมวลผลจะลดความเร็วลงมาเองอัตโนมัติประมาณครึ่งนึง) นับว่าระบบระบายความร้อนของ HP15s เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าในระดับนึงที่เคยทำการรีวิวมาพอควร เพราะความร้อนทั่วไปจะอยู่ที่เพียง 40 – 50 องศาเซลเซียสตอนทำงานปกติ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง

Conclusion / Award

สรุปรีวิวได้ว่า HP 15s ปี 2019 เป็นโน้ตบุ๊คสายคุ้มค่าได้ดีไซน์บางเบาหน้าจอขนาด 15.6″ พาเนล TN ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยสเปกชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core i5-1035G1 (Ice Lake) ที่แรงกว่ารุ่น Core i Gen 8 ก่อนๆ โดยทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.0 – 3.6GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Wattโดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics G1 รุ่นใหม่ ที่รองรับการใช้งานทั่วไปหรือต่อจอความละเอียดสูงได้สบายๆ ส่วนใส่ฮาร์ดดิสก์ให้มาแบบ SSD M.2 NVMe ที่ 512GB ความเร็วสูงจัด พร้อม Ram ขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 จำนวน 1 แถว ในราคาเพียง 17,990 บาท ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ

HP 15sโดยให้ประสิทธิภาพการทำงานที่พอใช้งานทั่วๆ ไป อย่างพิมพ์งานเอกสารหรือเล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงความบันเทิงอย่างดูหนังฟังเพลง Steaming กับความบางและน้ำหนักที่เหมาะแก่การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่มากๆ รวมไปถึงยังประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก แบตเตอรี่ก็ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง แถมยังมีราคาเบาๆ เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาที่ต่ำกว่า 20,000 บาท หรือรุ่น Core i3-1005G1 ก็จะมีราคาเพียงหมื่นบาทกลางๆ เท่านั้น ที่ต้องขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมองหาโน้ตบุ๊คราคาไม่แพงบางๆ เบาๆ ไว้ใช้งานนอกบ้าน

HP 15s น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียวกับโน้ตบุ๊ตบางเบา ที่ให้ความสดใหม่แบบสุดๆ ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมจริงๆ แนะนำว่าเพิ่มงบประมาณในการซื้อไปเอา HP Pavilion Gaming 15 จะดีกว่า ส่วนข้อสังเกตต้องบอกว่ามีเพียงหน้าจอเป็นพาเนล TN เท่านั้น ทำให้ไม่เหมาะกับสำหรับงานที่เน้นความเที่ยงตรงของสีหรืองานกราฟิกเท่าไหร่นัก ส่วนเรื่องอื่นๆ โดยรวมถือว่าลงตัวมากๆ ในราคาที่เราจ่ายไป ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์งานประกอบ ประสิทธิภาพความลื่นไหล แบตเตอรี่และพอร์ตการเชื่อมต่อ

บวกการรับประกันอย่าง HP On-site Service รับซ่อมเครื่องถึงหน้าบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี + Smart Friend (Plus) 1 ปี กู้ข้อมูลฟรี 1 ครั้ง , เช็คเครื่องฟรี 2 ครั้ง และ Call Center Support ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มความคุ้มยิ่งเพิ่มเข้ามาอีกเยอะเลยละ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีเหนือระดับกว่าโน้ตบุ๊คยุคก่อนๆ ในราคาที่จ่ายถูกกว่า ก็ตามไปจัด HP 15s กันได้เลย มีขายตามหน้าร้านทั่วไปแล้ว ก่อนแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 เลยทีเดียว

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

Cooler Master NR600 – รีวิว

Cooler Master MasterBox NR600 bears a strong resemblance to the NZXT H500, mostly thanks to the partial glass panel that cuts off at the level of the PSU shroud, but also the flat, unadorned exterior. Cooler Master has gone increasingly minimalist with their branding, which is limited to a logo-shaped power button and an embossed hexagon on the side of the PSU shroud. We went so far as to put the NR600 side-by-side with the H500 for comparison, but their glass panels are in fact slightly different sizes.

Cooler Master NR600 Specs

Product NameMasterBox NR600
Exterior ColorBlack
Materials – BodySteel, Plastic
Materials – Windowed Side PanelTempered Glass
Dimensions478 (L) x 209 (W) x 473 (H) mm
Motherboard SupportMini-ITX, Micro-ATX, ATX
Expansion Slots7
5.25″ Drive BaysN/A (MasterBox NR600 without ODD)1 (MasterBox NR600 with ODD)
3.5″ HDD Drive Bays4
2.5″ SSD Drive Bays5
I/O Panel – USB PortsUSB 3.0 x 2
I/O Panel – Audio In / Out1x 3.5mm Headset Jack (Audio+Mic)
Pre-installed Fan(s) – Front120mm x 1
Pre-installed Fan(s) – Rear120mm x 1
Fan Support – Front140mm x 2 / 120mm x 3 (MasterBox NR600 without ODD)140mm x 2/ 120mm x 2 (MasterBox NR600 with ODD)
Fan Support – Top140mm x 2 / 120mm x 2
Fan Support – Rear120mm x 1
Radiator Support – Front360 / 280 / 240 / 140 / 120mm (MasterBox NR600 without ODD)280 / 240 / 140 / 120mm (MasterBox NR600 with ODD)
Radiator Support – Top240mm / 120mm (MasterBox NR600 without ODD) (35mm max motherboard component height)240mm (with ODD removed) / 120mm (MasterBox NR600 with ODD) (35mm max motherboard component height)
Radiator Support – Rear120mm x 1
Clearance – CPU Cooler166mm / 6.54″
Clearance – Power Supply180mm / 7.08″
Clearance – Graphics Card410mm / 16.14″
Cable Routing – Behind MB Tray20~28mm / 0.78~1.10″
Dust FiltersTop, Bottom
Power Supply SupportBottom Mount, ATX
MSRP$70

Cooler Master NR600 Build


A glance might not make it clear how much more ventilated the NR600 is than the H500, though. The NR600’s front is covered with a fine mesh that acts as both a filter and a front panel, hopefully avoiding the thermal problems that some cases introduce by backing mesh with additional layers of filtration. Dust will gather on the outside and some will inevitably get through, but it’s easy to wipe down and the front panel comes off easily. We prefer this solution. By opting out of a filter they’ve also made it possible to mount fans on the outside of the chassis, nearly flush with the front panel, which should draw more air from outside of the case instead of just recirculating it inside.

The mounts inside the front panel have three perfectly-sized ducts for 120mm fans, but not so for 140mm ones. Two 140mm fans are supported, but they don’t line up with the cutouts and the mounting holes are at the bottom of the panel rather than the top, so there’s no way to point a 140mm intake fan directly back towards the CPU cooler. There are also just a couple of mounting holes that are too small for fan screws (although they would fit radiator screws). Cooler Master includes two 120mm fans with the case, one intake and one exhaust, which is (much like the Meshify C) enough for the case to function but not really excel. It’s difficult to install fans of any size in the bottom-most slot because of the HDD cage, which is riveted in place and prevents most screwdrivers from fitting under the PSU shroud. A removable fan/radiator bracket would solve this completely, but also add to production costs.

Opening up the case for the first time revealed two minor fit-and-finish issues: first, there was the tip of a broken-off rivet (nothing structural) loose in the bottom of the case, and second, the glass panel doesn’t slide all the way forward to fit flush against the front panel. The glass is supposed to be slotted in, slid forward, and screwed into place, but since it can’t slide forward that last millimeter or so, the metal tabs at the rear of our case were bent slightly when the thumbscrews were tightened down at the factory. This also doesn’t affect function, but it is visible from the outside of the system.

The other side of the case uses an old-school steel panel with tabs that hook into the case, but it’s thick enough and the cable management space is wide enough that there isn’t much danger of the panel bowing out when it’s being put back on, which is usually the biggest annoyance with that style of panel. The cable cutouts on the motherboard edge, the clearance for cables, and the tie points that are well-placed for velcro straps make cable management pretty good. The riveted HDD cage is the only roadblock since it makes it more difficult for users to repurpose that space for storing power cables.

The top of the case has a vent roughly 30cm long, or large enough to fit two 140mm fans. Its magnetic filter is shipped stowed inside the side panel, which is a great strategy to keep us from using it our stock test and hurting thermals. The filter for the PSU vent on the bottom of the case is just a square of mesh that fits into cutouts on the case. It pops out easily and it’s annoying to put back in, but it’s also fairly standard for this price range.

Front I/O is limited to two USB ports and one four-pole (combined in/out) audio jack. Cooler Master advertises the combined jack as a feature, but plenty of headsets split mic/headphone cables out to two separate 3.5mm jacks, so it’s just as likely to be a limitation. Whether it’s a benefit or a drawback comes down to what the user already owns, though. On the other hand, Cooler Master may have made up for this in the compatibility department by selling a version of the case with a 5.25” bay. We rarely bother to comment on support for optical drives at this point, but it’s something that other mesh-fronted cases like the Meshify C, RL06, or the various Cooler Master H500 variants shy away from. The ODD model of the case is a separate SKU and doesn’t seem to be on sale yet at the time of this writing.

GN Case Testing Bench (Sponsored by CableMod)

  Component Courtesy Of
Video Card MSI GTX 1080 Gaming X (OC Mode) MSI
CPU Intel i7-6700K @ 4.4GHz GamersNexus
CPU Cooler MSI Core Frozr L MSI
Motherboard MSI Z170A Gaming M7 MSI
Memory Corsair Vengeance LED 32GB 3200MHz Corsair
SSD Samsung 850 EVO 120GB Samsung
PSU Corsair RM650x Corsair
Cables CableMod Pro Mesh Cables CableMod

The video card is configured to run at 55% fan speed at all times.

Prior to load testing, we collect idle temperature results for ten minutes to determine the unloaded cooling performance of a case’s fans and air channels. Thermal benchmarking is conducted for 1400 seconds (23 minutes), a period we’ve determined sufficient for achieving equilibrium. The over-time data is aggregated and will occasionally be compiled into charts, if interesting or relevant. The equilibrium performance is averaged to create the below charts.

Load testing is conducted using Prime95 LFFTs and Kombustor “FurMark” stress testing simultaneously. Testing is completely automated using in-house scripting and executes with perfect accuracy on every run.

We recently validated our test methodology using a thermal chamber, finding our approach to be nearly perfectly accurate. Learn more here.

CM NR600 Thermals & Noise

For standardized fan testing, we’ve picked two 140mm 1500RPM Noctua fans to use as intake (one designated upper, one lower) and one 120mm 1500RPM Noctua fan as exhaust. Almost every ATX case we’ve reviewed over the past couple years supports two 140mm intakes and one 120mm exhaust fan. Other than that, we tested without the front panel as usual, and did one final test with an extra 120mm 1500RPM intake fan to see what performance would be like if a user chose to just buy one additional fan.

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET